ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot




เคล็ดลับการเลือกซื้อพรม

เคล็ดลับการเลือกซื้อพรมให้เหมาะสมกับห้องรับแขก


     ก่อนที่คุณจะเลือกซื้อพรมมาตกแต่งห้องรับแขกของคุณ ก็มักจะคำถามเกิดขึ้นมาก่อนเสมอใช่ไหมคะ ว่าจะเลือกวัสดุพรมแบบไหนดี? หรือจะใช้พรมสีไหนดี? เพื่อให้ดูกลมกลืนกับห้องรับแขกของคุณ หลังจากวันนี้ไปคุณก็ไม่ต้องกังวลแล้วล่ะค่ะ เพราะวันนี้เราได้นำเสนอวิธีเลือกพรมสำหรับตกแต่งห้องรับแขกของคุณมาฝากกัน จะมีเคล็ดลับการเลือกซื้อพรมให้โดนใจคุณ และตรงกับคอนเซปต์ของห้องคุณได้อย่างไรนั้น ลองไปดูกันเลยดีกว่า


       1. คอนเซปต์ห้องรับแขก

          ก่อนตัดสินใจซื้อพรมมาตกแต่งห้องรับแขกของคุณนั้น ควรพิจารณาจากส่วนประกอบอื่น ๆ ให้ตรงตามคอนเซปต์ของห้องรับแขกที่วางไว้ คุณควรดูสไตล์ของห้อง สีห้อง การตกแต่งอื่น ๆ แล้วคิดแบบพรมเอาไว้ในใจ เพราะจะทำให้คุณสามารถระบุลาย สี และแบบของพรมที่คุณจะซื้อได้ง่ายกว่าไปตัดสินเลือกแบบที่หน้าร้านเลย เช่น ห้องรับแขกธีมสีขาว คุณอาจจะเลือกซื้อพรมที่มีสีขาว เพื่อให้กลมกลืนกันทั้งห้อง หรือ ลองเล่นสีตัดกันด้วยการใช้พรมสีอื่น จะได้ทำให้ห้องรับแขกของคุณมีจุดเด่นมากขึ้น แต่ถ้าหากห้องของคุณเป็นสีอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สีขาว เช่น สีฟ้า คุณอาจจะเลือกซื้อพรมสีฟ้าในคนละเฉดกัน มาเพิ่มความมีมิติให้กับห้องรับแขกก็ได้นะคะ


      2. สี

          สิ่งที่คุณควรคำนึงถึงเป็นอันดับต้น ๆ ก่อนจะตัดสินใจซื้อพรม คุณควรคำนึงถึงพื้นที่ภายในห้องรับแขกของคุณ และบรรยากาศโดยรวมในห้องรับแขกในบ้านของคุณด้วย ซึ่งถ้าหากคุณอยากให้ห้องรับแขกของคุณกว้างและสว่างมากขึ้น คุณก็ควรเลือกใช้พรมโทนสีสว่างเข้าไว้ อย่างเช่น สีขาว ครีม พรมสีขาว พรมสีครีม หรือจะเลือกพรมโทนสีสด ๆ  เช่น พรมสีเหลือง หรือพรมสีฟ้าก็ได้ เพราะสีเหล่านี้จะช่วยลวงตาให้ห้องรับแขกของคุณดูกว้างและสดใสมีชีวิตชีวาขึ้น

 


 

     3. สภาพแวดล้อม

          ลองดูว่าคุณอยู่ใกล้กับสถานที่ที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองได้ง่าย เช่น ใกล้ถนน หรือสถานที่ก่อสร้าง บ้างหรือเปล่า แล้วบ้านของคุณมีสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข หรือ แมว บ้างไหม ถ้าคุณเลี้ยงสัตว์เลี้ยงมีขนเหล่านี้ คุณก็ไม่ควรเลือกพรมสีเข้ม ๆ อย่างสีดำ สีน้ำเงินเข้ม เพราะจะทำให้เห็นรอยฝุ่น หรือรอยขนสัตว์ได้ง่าย ลองเลือกซื้อพรมสีกลาง ๆ ที่ไม่เข้มหรือไม่อ่อนจนเกินไป จะทำให้ดูแลรักษาความสะอาดได้ง่ายกว่า 


      4. ราคา

          ราคาพรมส่วนใหญ่ที่ติดไว้จะเป็นราคาดิบ ฉะนั้นคุณควรถามให้แน่ใจด้วยว่านอกจากราคาพรมแล้วยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกหรือไม่ อย่างเช่น ค่าจัดส่ง ค่าติดตั้ง ค่าอุปกรณ์ติดตั้ง หรือค่าเคลื่อนย้ายสิ่งของก่อนติดตั้ง เพราะควรทำความเข้าใจและสอบถามราคารวมให้แน่ใจก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้คุณควรพิจารณาจากระยะเวลาและเงื่อนไขของการรับประกันสินค้าด้วย

 

      

 

      5. ลักษณะภายนอก

          สิ่งที่คุณควรดูก่อนเลือกซื้อพรมก็คือ ลักษณะของเส้นพรมว่ามีความหนามากน้อยเพียงใด โดยพรมที่ดีนั้นควรมีเส้นไหมอย่างน้อย 3-4 เส้นไหม ต่อ 1 เส้นพรม และดูจากความหนาแน่นในการทอเส้นพรม ซึ่งดูได้จากความห่างของเส้นพรม ถ้าแทบไม่มีช่องว่างเลยถือว่าเป็นพรมที่มีคุณภาพสูง ที่สำคัญก็อย่าลืมดูน้ำหนักพรมด้วยนะคะ ปกติแล้วที่หน้าร้านก็จะบอกน้ำหนักรวม กับ น้ำหนักสุทธิ ก็ให้คุณดูที่น้ำหนักสุทธิเป็นหลัก ถ้าพรมผืนนั้นมีน้ำหนักสุทธิสูง ก็แสดงว่ามีคุณภาพสูงด้วย

 

     6. วัสดุ

          ทุกวันนี้พรมนั้นถูกผลิตขึ้นจากวัสดุที่หลากหลายให้เราได้เลือกซื้อ เช่น พรมขนสัตว์ พรมที่ทอจากฝ้าย พรมใยสังเคราะห์ พรมไนล่อน หรือพรมอะคริลิค ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความชอบในผิวสัมผัสและความสวยงามของพรมที่ผลิตจากวัสดุแต่ละชนิด แต่อีกสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงก็คือ ลักษณะของพรม โดยแบ่งออกได้ดังนี้

 

  • พรมขนห่วง ลักษณะปลายของเส้นพรมจะยึดติดกับผืนผ้าไว้ทั้งสองข้าง ซึ่งพรมชนิดนี้ก็จะมีความหนาแน่นของเส้นใยมากกว่า ทำให้แข็งแรง คงทน และใช้ได้นาน
  • พรมขนตัด ปลายด้านบนของเส้นพรมจะถูกตัดออกจากกัน ซึ่งถึงแม้พรมชนิดนี้จะไม่ทนทานเท่าพรมขนห่วง แต่สัมผัสของพรมก็นุ่มสบายเท้ากว่าพรมขนห่วงมา

 

 

          เมื่อรู้เคล็ดลับการเลือกพรมกันไปแล้ว หวังว่าเคล็ดลับนี้จะช่วยให้คุณเลือกซื้อพรมสำหรับห้องรับแขกของคุณได้ง่ายขึ้นนะคะ